ประกันชีวิตคืออะไร?

ประกันชีวิตคือ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นตัวสร้างรากฐานและความมั่นคงทางการเงินที่สำคัญให้กับเรา ทำให้เรามีความคุ้มครองหรือได้รับเงินชดเชยเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ การทุพพลภาพ การบาดเจ็บหรือ หรือประกันบางแบบก็จะมีการจ่ายเงินคืนเมื่อมีชีวิตอยู่ครบสัญญา

ข้อดีของการทำประกันชีวิตคืออะไร?

ประกันชีวิตเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพียงอย่างเดียวที่ช่วยให้เราสามารถโอนย้ายความเสี่ยงในชีวิตไปให้ผู้อื่นดูแลได้ ความเสี่ยงที่เราสามารถโอนย้ายได้ก็คือ…

  • 1.ความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ : เราสามารถโอนย้ายความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล  ไปให้บริษัทประกันดูแลได้ ในรูปแบบของการซื้อประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง

  • 2.ความเสี่ยงเรื่องชีวิต : เราสามารถโอนย้ายความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้ที่อยู่ในอุปการะ เช่น พ่อแม่ ภรรยา สามี และลูกๆ ในกรณีที่เราต้องจากไปก่อนวัยอันควร ให้บริษัทประกันเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในจำนวนที่เราได้ตกลงทำสัญญาไว้

  • 3.ความเสี่ยงเรื่องการบาดเจ็บและพิการ : เราสามารถโอนย้ายความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายหลังการรักษากรณีที่เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ พิการ หรือทุพพลภาพได้ โดยบริษัทประกันจะทำการจ่ายเงินชดเชยตามที่ตกลงกันในสัญญา

  • 4.ความเสี่ยงเรื่องหนี้สิน : เราโอนย้ายความเสี่ยงเพื่อไม่ให้หนี้สินส่วนตัวและธุรกิจตกเป็นภาระของคนที่เรารัก เช่น หนี้บ้าน หนี้สินส่วนตัว หนี้สินทางธุรกิจ

  • 5.ความเสี่ยงเรื่องรายได้ : เราโอนย้ายความเสี่ยงเพื่อรับเงินชดเชยจากบริษัทประกัน เมื่อเราต้องเจ็บป่วย เป็นโรคร้ายแรง หรือทุพพลภาพ เราจะยังมีเงินก้อนเพื่อใช้จ่ายส่วนโดยไม่ต้องตกเป็นภาระของครอบครัว

  • 1.ความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ : เราสามารถโอนย้ายความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล  ไปให้บริษัทประกันดูแลได้ ในรูปแบบของการซื้อประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง

  • 1.ความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ : เราสามารถโอนย้ายความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล  ไปให้บริษัทประกันดูแลได้ ในรูปแบบของการซื้อประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง

ประกันชีวิตมีกี่แบบ?

1.ประกันแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance)

เน้นในเรื่องของความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเป็นหลัก ไม่มีเงินออม สามารถเลือกระยะเวลาความคุ้มครองได้ตามความเหมาะสมกับภาระทางการเงิน หรือภาระนี้สินที่เรามีอยู่ได้ เช่น 5 ปี 10 ปี หรือ 15 ปี ระยะเวลาการจ่ายเบี้ยมักจะเท่ากับระยะเวลาการคุ้มครอง

  • ข้อดีคือ : ความคุ้มครองที่สูงได้โดยใช้ค่าเบี้ยที่ถูกมาก

  • ข้อเสียคือ : เนื่องจากไม่มีเงินออม เมื่ออยู่ครบสัญญาก็จะไม่มีเงินคืน ได้รับผลประโยชน์เมื่อเสียชีวิตเท่านั้น

ประกันแบบนี้เหมาะกับ…

  • ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตเพียงอย่างเดียว ในช่วงเวลาที่กำหนดได้ เช่น การคุ้มครองหนี้บ้าน , หนี้ทางส่วนตัวหรือหนี้ทางธุรกิจ ที่มีระยะเวลากำหนดชัดเจน

  • ผู้ที่มีงบจำกัด และต้องการความคุ้มครองสูงในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น ช่วงที่ลูกยังอยู่ในวัยเรียนต้องใช้เงินมาก หรือเพื่อเป็นหลักค้ำประกันในการจ่ายหนี้สินเชื่อบ้าน

สนใจแบบประกันนี้ คลิก

2.ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)

เน้นความคุ้มครองชีวิตระยะยาวจนถึงอายุ 80-99 ปี  โดยเลือกชำระเบี้ยแค่ช่วงเวลาหนึ่ง เช่น 5-20  ได้ ยิ่งชำระเบี้ยยาวเบี้ยประกันยิ่งถูกลง ประกันรูปแบบนนี้จะมีเงินออมหรือมูลค่ากรมธรรม์ เมื่ออยู่ครบสัญญาจะมีเงินคืนหรือหากเสียชีวิตระหว่างสัญญาก็ยังความคุ้มครองสูง

  • ข้อดี :
    1.ความคุ้มครองยาวตลอดชีพ เหมาะกับทำเป็นมรดกให้ลูกหลาน และเบี้ยประกันค่อนข้างถูก

    2.แบบประกันมีมูลค่าสะสม สามารถใช้เป็นเงินสำรองในยากฉุกเฉินได้

  • ข้อเสีย :
    1.ถึงแม้จะเป็นแบบประกันที่มีเงินออม แต่ก็เน้นไปที่ความคุ้มครองชีวิตผลตอบแทนจึงต่ำ

ประกันแบบนี้เหมาะกับ…

  • วางแผนความคุ้มครองให้หัวหน้าครอบครัว ที่มีผู้อยู่ในอุปการะ เช่น พ่อแม่ ภรรยา สามี บุตร

  • ผู้ที่วางแผนเรื่องของการส่งต่อมรดกให้กับคนในครอบครัว

สนใจแบบประกันนี้ คลิก

3.ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment/Saving Insurance)

เน้นการออมเงินเพื่อให้ได้รับผลตอบแทน รวมถึงได้รับความคุ้มครองชีวิตด้วย นิยมนำมาวางแผนการออมเพื่อเป้าหมายที่สำคัญที่ต้องการจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหรือผันผวนจากการลงทุน เช่น การเก็บเงินเพื่อการศึกษาลูกการลดหย่อนภาษี

  • ข้อดี :
    1. เมื่อครบกำหนดได้รับเงินคืนตามจำนวนที่ระบุในสัญญา ความเสี่ยงต่ำ ตัดโอกาสขาดทุนจากการลงทุน

    2.เป็นเครื่องมือสร้างวินัยในการออมได้ดี

    3.หากผู้ทำประกันเสียชีวิต เป้าหมายการเงินจะยังคงอยู่ เพราะเป็นการออมเงินที่ให้ความคุ้มครองชีวิตด้วย ครอบครัวจะได้รับครบสัญญาทันที

  • ข้อเสีย :
    1.เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนที่ได้รับจึงไม่สูงมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1-3%

    2.ระยะเวลาในการออมค่อนข้างนาน แบบประกันส่วนใหญ่จะครบสัญญานานเกิน 10 ปี

ประกันแบบนี้เหมาะกับ…

  • ผู้ที่ต้องการวางแผนการออมเงินที่รับความเสี่ยงได้น้อย

  • การวางแผนการศึกษาบุตร

  • การวางแผนลดหย่อนภาษี

สนใจแบบประกันนี้ คลิก

  1. ประกันแบบบำนาญ (Annuities Insurance)

เน้นการออมเงินระยะยาวเพื่อไว้ใช้หลังเกษียณ และจะได้ผลประโยชน์ในเรื่องของการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจากแบบประกันทั่วไปสูงถึง 200,000 บาท และสามารถสูงได้ถึง 300,000 บาทกรณีที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีจากประกันทั่วไป 100,000 บาทแรก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีรายได้ที่แน่นอนหลังเกษียณ และต้องการได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม

  • ข้อดี :
    1.เป็นเครื่องมือวางแผนเกษียณที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ได้รับเงินหลังเกษียณในจำนวนที่แน่นอน ไม่ต้องรับมือกับความผันผวนจากการลงทุน

    2.ได้รับความคุ้มครองชีวิตยาวนานถึงอายุเกษียณ

    3.เป็นเครื่องมือสร้างวินัยในการออม

  • ข้อเสีย :
    1.เนื่องจากความเสี่ยงต่ำผลตอบแทนที่ได้รับจึงไม่สูงมาก

    2.ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจะหมดลงนับตั้งแต่เริ่มรับบำนาญปีแรก

ประกันแบบนี้เหมาะกับ…

  •  ผู้ที่ต้องการวางแผนเกษียณและรับความเสี่ยงได้น้อย

  • ผู้ที่กำลังวางแผนลดหย่อนภาษี
สนใจแบบประกันนี้ คลิก

  1. ประกันควบการลงทุน (Unit Linked)

มีความที่ยืดหยุ่นสูง ให้อิสระในการวางแผนความคุ้มครอง กำหนดเบี้ยประกันและความคุ้มครองชีวิต รวมถึงระยะเวลาการชำระเบี้ยได้เอง ประกันแบบ Unit Link สามารถทำเป็นประกันชีวิตที่เน้นความคุ้มครองสูงก็ได้ ทำเป็นประกันแบบออมทรัพย์ก็ได้ ทำเป็นประกันแบบบำนาญเพื่อเก็บเงินให้ตัวเองตอนเกษียณก็ได้ ทำให้ตอบโจทย์กับคนรุ่นไหมที่ต้องการวางแผนการเงินอย่างรอบด้านทั้งเรื่องการบริหารความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่าประกันแบบทั่วไป

  • ข้อดี :
    1.ยืดหยุ่น กำหนดการจ่ายเบี้ย ทุนประกัน ระยะเวลา ความคุ้มครองได้เอง

    2.มีเงินส่วนที่นำไปลงทุนในกองทุนรวม ทำให้ได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าประกันชีวิตทั่วไป

    สามารถเลือกความคุ้มครองได้สูง ในเบี้ยที่ต่ำ

    3.สามารถเพิ่มประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรงในสัญญาได้ และจ่ายเบี้ยคงที่อัตราเดียวกันทุกปีแม้เบี้ยสุขภาพจะเพิ่มขึ้นก็ตาม

    4.เป็นแบบประกันที่สามารถหยุดชำระเบี้ยได้ในบางปี และไม่ต้องชำระเบี้ยย้อนหลัง

  • ข้อเสีย :
    1.ไม่มีการันตีผลตอบแทน ผู้ทำประกันจะต้องรับความเสี่ยงจากการลงทุนเอง

    2.นำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้เพียงบางส่วน

ประกันแบบนี้เหมาะกับ…

  • ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตและผลตอบแทนที่สูงกว่าแบบประกันทั่วไป

  • ผู้ที่ยังมีภาระหนี้สิน หรือต้องดูแลรับผิดชอบครอบครัว

  • ผู้ที่ต้องการวางแผนประกันสุขภาพ แบบจ่ายเบี้ยคงที่

  • ผู้ที่ต้องการวางแผนแกษียณ หรือแผนลงทุนระยะยาว

สนใจแบบประกันนี้ คลิก

คำถามที่พบบ่อย

สำหรับคนที่เริ่มต้นทำประกันชีวิต เพื่อให้ได้แบบประกันที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด โดยดูจากความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่คุณต้องการ

– คุ้มครองกรณีเสียชีวิต

– คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีไม่นอนโรงพยาบาล (ผู้ป่วยนอก)

– คุ้มครองค่าห้อง ค่ารักษาพยาบาลกรณีนอนโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน)

– คุ้มครองอุบัติเหตุ

– คุ้มครองโรคร้ายแรง

และต้องการได้รับเงินคืนระหว่างทาง สะดวกจ่ายเบี้ยระยะสั้นหรือระยะยาว และมีงบอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อนำเสนอแบบประกันที่เหมาะสม

หากอยากหาแบบประกันที่เหมาะกับคุณสามารถติดต่อปรึกษาฟรีทีมงาน Fin-around ค่ะ

ประกันชีวิตสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท ต่อปี

– เบี้ยประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี (รวมกับเบี้ยประกันสุขภาพได้ไม่เกิน 25,000 บาท)

– เบี้ยประกันชีวิตเพื่อบำนาญ สามารถใช้ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท

มีแบบชั่วระยะเวลา ซึ่งมีให้เลือกระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ 1, 5, 10, 15 แบบนี้ ต้องเสียชีวิตเท่านั้นจึงจะได้รับเงินตามทุนประกันที่ซื้อไว้ จ่ายเบี้ยน้อย แต่ได้รับความคุ้มครองชีวิตสูง

แต่หากอยากได้แบบที่เมื่ออยู่ครบสัญญาแล้วได้รับเงินก้อน ขอแนะนำเมืองไทย สไมล์ เซฟเวอร์ 20/16 ที่ได้รับเงินครบสัญญา 120%* และให้ความคุ้มครองชีวิตสูงสุดถึง 120%* อีกด้วย

มีให้เลือกหลายแบบประกันที่ได้ผลประโยชน์ระหว่างทาง เช่น

เมืองไทย แฮปปี้ รีเทิร์น 99/7 มีจ่ายเงินคืนทุกปี ปีละ 1% ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1 – ครบอายุ 98ปี และจ่ายเงินครบกำหนดสัญญา 100% เมื่ออายุครบ 99 ปี โดยจ่ายเบี้ยเพียง 7 ปีเท่านั้น

เงินคืนกรณียกเลิกประกันก่อนครบสัญญา จะได้รับเงินเป็นค่าเวนคืนกรมธรรม์ตามจำนวนที่แจ้งไว้ในตารางมูลค่ากรมธรรม์ซึ่งจะอยู่ในเล่มกรมธรรม์ของลูกค้า ซึ่งอาจจะมากกว่า หรือ น้อยกว่า เบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้วทั้งหมด

มีแบบประกันชีวิตที่สามารถซื้อให้เด็กได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า เช่น เน้นความคุ้มครองชีวิต เน้นการเก็บออมเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษา เน้นความคุ้มครองด้านอุบัติเหตุ หรือเน้นความคุ้มครองด้านสุขภาพ

สำหรับคนที่สนใจจะซื้อประกัน แต่ไม่รู้จะเลือกประกันชีวิตแบบไหนดี

Fin-around มีคำแนะนำเบื้องต้นจากนักวางแผนการเงินให้ฟรี

พูดคุยกับนักวางแผนถึงความต้องการของตัวเอง และความจำเป็นในการใช้ผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณได้บรรลุเป้าหมายการเงินที่ต้องการ

จิรพัชร์ เจริญวงษ์พิบูล
ผู้จัดการขาย บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต
นักวางแผนการเงิน AFPT

Contact us
Published On: September 9th, 2021 / Categories: วางแผนประกันภัย /